Follow

Show

สรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2563 และแนวโน้มปี 2564

ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สถาบันยานยนต์ สรุปสภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปี พ.ศ. 2563 ว่าประเทศไทยมีปริมาณการผลิตรถยนต์ 1,427,27 คัน จำหน่ายในประเทศ 792,146 คัน และส่งออก 735,842 คัน ลดลงร้อยละ 29 21 และ 30 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 แต่อย่างไรก็ตามปริมาณดังกล่าวยังเป็นไปตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ สรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปี 2563 ไว้ ดังนี้ “เดือนมกราคม เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ในหลายๆ ประเทศ เดือนกุมภาพันธ์ บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย (General Motors (Thailand) Ltd.) ประกาศยุติการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ผู้ผลิตรถยนต์จำนวน 51 รายทั่วโลก รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ 8 ราย ในประเทศไทย หยุดการผลิตชั่วคราว เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม ในเดือนต่อมา ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยได้กลับมาเดินหน้าผลิตตามเดิม จากนั้นเมื่อประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ได้ระดับหนึ่ง ทำให้ในเดือนกรกฎาคมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมอเตอร์โชว์ครั้งแรกของโลก นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด -19 และในเดือนสิงหาคม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มฟื้นตัวโดยสามารถผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 100,000 คัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดใหญ่เริ่มขึ้น กระทั่งเดือนพฤศจิกายน ที่ปริมาณการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ได้เกิดการระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอกใหม่ ทำให้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป”

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทำให้สถาบันยานยนต์ คาดการณ์ปริมาณการผลิตรถยนต์ในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ประกอบด้วยการส่งออก 750,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากสภาพเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่กำลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการจำหน่ายในประเทศ 750,000 คัน ลดลงร้อยละ 3 จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอกใหม่ และหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

ที่มา: สถาบันยานยนต์


 
เพิ่มเติม