Follow

Show

การทดสอบจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ

จาก Automotive Navigator Magazine ฉบับที่แล้ว (เมษายน- มิถุนายน 2563)  ผู้เขียนได้กล่าวถึงการทดสอบหาอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลบนฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากันไปแล้ว ในฉบับนี้จะขอกล่าวถึงหัวข้อการทดสอบอื่นที่จำเป็นของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย และสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อใช้ในการขับขี่บนถนนสาธารณะได้

รถจักรยานยนต์โดยทั่วไปก่อนที่จะขอจดทะเบียน เพื่อวิ่งบนถนนสาธารณะได้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ ทดสอบชิ้นส่วน อุปกรณ์ที่จำเป็นโดยเฉพาะด้านความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์มองภาพหรือกระจกมองข้าง การติดตั้งแตรสัญญาณ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว เป็นต้น แต่หากเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมนอกเหนือจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป ก็คือ การทดสอบกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถ เป็นไปตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560 ซึ่งประกาศฉบับดังกล่าวถูกบังคับใช้กับรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่เฉพาะกับจักรยานยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่ารถสามารถขับเคลื่อนบนถนนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถทำความเร็วได้ตามที่ผู้ขับขี่สั่งการ

ขอบข่ายรถยนต์ไฟฟ้าตามประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่องกำหนดกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560
1. รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร รถยนต์บริการให้เช่า รถยนต์ส่วนบุคคล ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 15 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 กรณี เป็นรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีน้ำหนักรถไม่รวมน้ำหนักของแบตเตอรี่ น้อยกว่า 450 กิโลกรัม หรือ กรณี เป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีน้ำหนักรถไม่รวมน้ำหนักของแบตเตอรี่ น้อยกว่า 600 กิโลกรัม ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องมีกำลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 4 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. รถยนต์รับจ้างสามล้อและรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 4 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

3. รถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ (0.25 กิโลวัตต์) และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

4. รถบดถนนและรถแทรกเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 15 กิโลวัตต์

ข้อกำหนดของการทดสอบคือ มอเตอร์ต้องสามารถขับเคลื่อนรถในขณะที่มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกตามที่ผู้ผลิตกําหนด ด้วยความเร็วสูงสุดตามที่กําหนดในประกาศนี้  ต่อเนื่องด้วยเวลาไม่น้อยกว่า  30  นาที
โดยแบตเตอรี่ต้องเพียงพอในการชาร์ต 1 ครั้ง ในกรณีของจักรยานยนต์ไฟฟ้านั้น ขณะทำการทดสอบ ถ้าความเร็วลดต่ำกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
                               
นอกจากการทดสอบกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว กรมการขนส่งทางบกยังมีการทดสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ได้แก่ มาตรวัดความเร็ว อุปกรณ์มองภาพ (กระจกมองข้าง) และแตรสัญญาณ โดยในส่วนของมาตรวัดความเร็ว หรือ Speedometer  เป็นอุปกรณ์ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับค่าความเร็วของรถให้แก่ผู้ขับรถในขณะใดขณะหนึ่ง เป็นไปตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัด ความเร็วสำหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2557 ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน UN R39 โดยเป็นการขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าบนแชสซิส์ไดนาโมมิเตอร์ (Chassis dynamometer) ให้มาตรวัดความเร็วอ่านได้คงที่ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความเร็วสูงสุดที่รถสามารถทำได้ตามที่ผู้ผลิตระบุ) และเปรียบเทียบความเร็วของแชสซิส์ไดนาโมมิเตอร์ ด้วยความสัมพันธ์ 0 ≤ (V1 – V2) ≤ 0.1 V2 + 4  โดยที่

          V1 = ความเร็วที่แสดงโดยมาตรวัดความเร็ว
          V2 = ความเร็วแชสซิส์ไดนาโมมิเตอร์

สำหรับแตรสัญญาณ เป็นการทดสอบวัดระดับเสียงและความทนทาน รวมถึงการติดตั้ง ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดคุณสมบัติ  คุณลักษณะ  และการติดตั้งแตรสัญญาณ  และกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ  และเงื่อนไขการรับรองแบบแตรสัญญาณและแบบการติดตั้งแตรสัญญาณ สําหรับรถยนต์  และรถจักรยานยนต์ พ.ศ.  2559  ซึ่งอ้างอิงตามมาตร UN R28 และในส่วนอุปกรณ์มองภาพ หรือกระจกมองข้าง เป็นการกำหนดมิติ  ความแข็งแรง คุณลักษณะที่เกี่ยวกับการสะท้อนของวัสดุที่ใช้ อ้างอิงตามมาตรฐาน UN R81 ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง คุณลักษณะ และการติดตั้งอุปกรณ์มองภาพของรถจักรยานยนต์ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบอุปกรณ์มองภาพและแบบการติดตั้งอุปกรณ์มองภาพของรถจักรยานยนต์ พ.ศ.2557 ซึ่งการทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้กล่าวข้างต้น สถาบันยานยนต์ให้บริการทดสอบแก่ผู้ประกอบการทั้งที่ผลิตในประเทศและผู้นำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไว้ใช้ในการเดินทางที่ต้องวิ่งบนถนนสาธารณะนั้น ควรพิจารณารถที่ผ่านการทดสอบตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก เพื่อที่ท่านจะได้นำมาขอจดทะเบียนและใช้งานได้บนถนนอย่างปลอดภัย

สนใจรับบริการทดสอบ สอบถามข้อมูลได้ที่ :
ศูนย์ทดสอบยานยนต์ สถาบันยานยนต์
655 ซอย 1 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 2 ถนนสุขุมวิท กม.34
ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10280
โทรศัพท์ : 0-2324-0710-9 Ext.134-135,138  
โทรสาร : 0-2323-9598
อีเมล์ : tsa@thaiauto.or.th   
Line@   : @thaiauto




 
เพิ่มเติม