Follow

Show

ส่งออกรถยนต์ ปี 62

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ประเมินตลาดส่งออกปี 62 ทรงตัว ที่ยอด 1.1 ล้านคัน ชี้สงครามการค้า-เศรษฐกิจยุโรปส่งผลกระทบ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังเชื่อมั่นตลาดโต เพราะส่งออกเวียดนาม-โอเชียเนีย และเอเชียขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
         
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2562 จะไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน หรือประมาณ 1.05 ล้านคัน ขณะที่ตลาดส่งออกยังคงอยู่ในระดับเดิมกับปี 2561 คือ 1.1 ล้านคัน ส่งผลให้ในปี 2562 ยอดผลิตรถยนต์ในไทยจะอยู่ที่ 2.150 ล้านคัน
         
ส่วนปัจจัยที่จะมีผลกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนั้นประกอบไปด้วย ราคาน้ำมันที่จะส่งผลกับตลาดตะวันออกกลาง, สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ อเมริกาและจีน, เศรษฐกิจของยุโรปที่คาดว่าจะตกต่ำ ,การตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าไทย ,ส่วนปัจจัยในประเทศนั้น ภาพรวมเศรษฐกิจดี มีการประกาศเลือกตั้งมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยก็จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจ ด้านบริษัทผู้ผลิตค่ายต่างๆ จะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่,ทำโปรโมชัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ
         
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การส่งออกรถยนต์ของไทยปี 2562 มีโอกาสที่จะขยายตัวเล็กน้อยที่ประมาณ 1-4 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นจำนวนรถยนต์ส่งออกประมาณ 1.150-1.180 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากที่คาดว่าจะส่งออกได้ประมาณ 1.135 ล้านคันในปี 2561 ซึ่งตลาดหลักที่มีแนวโน้มเติบโตยังคงเป็นตลาดโอเชียเนีย โดยเฉพาะเวียดนาม ส่วนตลาดที่คาดว่าจะหดตัวยังคงเป็นตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ
         
สำหรับตลาดเวียดนามแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ Decree 116 ที่มีการควบคุมการนำเข้ารถยนต์ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ทำให้ในช่วงเริ่มต้นการส่งออกรถยนต์จากไทยเข้าไปต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ดีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปแก้ไขปัญหาและทำให้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลายและส่งผลให้รถยนต์ที่ผลิตจากไทยสามารถส่งออกไปยังเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
         
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าการส่งออกรถยนต์ไทยไปยังเวียดนามในปี 2562 คาดว่าน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการรถยนต์ในเวียดนามที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าการส่งออกไปยังเวียดนามน่าจะมีโอกาสขยายตัว 14-22% หรือคิดเป็นจำนวนรถยนต์ที่ส่งออกไปเวียดนาม 6.1-6.5 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ประเมินว่าจะส่งออกไปประมาณ 5.34 หมื่นคัน หรือขยายตัว 44% จากปี 2560
         
โดยรถยนต์ในกลุ่มรถเล็กประหยัดพลังงานเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี จะเป็นตัวหลักที่ส่งออกไป เพราะมีราคาจับต้องได้ และผลจากการที่ไทยส่งออกรถยนต์ไปเวียดนามที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้เวียดนามมีโอกาสขยับอันดับแซงนิวซีแลนด์ขึ้นมาสู่ประเทศที่มีมูลค่าการนำเข้ารถยนต์จากไทยสูงเป็นอันดับ 3 ในปี 2562
         
ขณะที่การส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดยุโรปคาดว่าจะลดลง และปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบประกอบไปด้วยการเข้าไปตั้งฐานการผลิตรถยนต์ในหลายประเทศในทวีปยุโรป และประเทศใกล้เคียง ซึ่งต่างก็มีการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีสำหรับการส่งออกรถยนต์ระหว่างกัน
         
นอกจากนั้นแล้วบางประเทศในทวีปยุโรป เช่น เยอรมนี ประกาศห้ามรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลในบางเมืองของประเทศ ส่งผลทำให้เกิดความหวาดวิตกของผู้บริโภคถึงแนวโน้มการแบนรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลไปในหลายพื้นที่ ทำให้ความต้องการซื้อรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลลดลงจากอดีต ซึ่งกระทบโดยตรงกับการส่งออกรถปิกอัพจากไทย
         
เมื่อรวมกับเศรษฐกิจของยุโรปที่มีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การส่งออกไปยังตลาดทวีปยุโรปในปี 2562 น่าจะทรงตัว หรือ หดตัวลง 4% หรือคิดเป็นจำนวนรถยนต์ส่งออกจากไทยไปทวีปยุโรปที่ 1.18 - 1.23 แสนคัน จากที่คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 1.23 แสนคันในปี 2561
         
อย่างไรก็ตามศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าไทยอาจยังมีโอกาสส่งออกไปทวีปยุโรปได้สูงกว่าที่คาดหากโครงการอีโคอีวีสามารถผลักดัน และทำให้เกิดเป็นรูปธรรมจนมีการลงทุนผลิต และออกวางจำหน่ายรวมถึงส่งออกได้จริงในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 เนื่องจากรถยนต์ในกลุ่มอีโคอีวีน่าจะเป็นประเภทรถยนต์ที่สามารถเข้าไปบุกตลาดทวีปยุโรปที่เน้นหนักเรื่องการควบคุมปริมาณไอเสียจากรถยนต์ รวมถึงสนับสนุนรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก จึงน่าจะเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกรถยนต์ไทยไปทวีปยุโรปได้ในอนาคตข้างหน้า
         
โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าตลาดส่งออกรถยนต์โดยรวมของไทยในปี 2562 จะต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ภาวะสงครามการค้าโลก , ความผันผวนของอัตราค่าเงินในประเทศคู่ค้า และแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในหลายๆ ประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น การย้ายฐานการผลิตรถยนต์เข้าใกล้ตลาดมากขึ้น เพื่อการลดต้นทุนขนส่ง
         
รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในบางกรณีอาจส่งผลลบต่อการส่งออกรถยนต์ไทย เช่น ทวีปยุโรป หรือทวีปอเมริกาเหนือที่จะมีผลในระยะถัดไปด้วยหลังความตกลงการค้า เสรีอเมริกาเหนือ (United StatesMexico-Canada Agreement: USMCA) ซึ่งมีการตั้งข้อกำหนดเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้ารถยนต์ที่เข้มงวดขึ้นมาก และมุ่งเน้นให้เกิดการผลิตในกลุ่มประเทศสมาชิก จะถูกนำมาใช้ตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งจะกระทบกับการส่งออกไทยตั้งแต่ช่วงปี 2562 จากการลงทุนของค่ายรถในประเทศสมาชิก USMCA มากขึ้น
         
"ส่งออกรถปี 62 ขยายตัวประมาณ 1-4 % เมื่อเทียบกับปี61 หรือคิดเป็นจำนวนรถยนต์ 1.150-1.180 ล้านคัน"

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 6 - 9 ม.ค. 2562




 
เพิ่มเติม