Follow

Show

พิษกำแพงภาษีเล่นงาน'ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน' ย้ายฐานการผลิตบางส่วน

บริษัทฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ผู้ผลิตรถจักร ยานยนต์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมิลวอกี ในรัฐวิสคอนซิน ออกแถลงการณ์เมื่อวัน จันทร์ เรื่องการย้ายสายงานการผลิตบางส่วนของ สินค้าสำหรับจำหน่ายในยุโรป ออกไปยังฐาน การผลิตที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐ ปัจจุบันฮาร์ลีย์- เดวิดสัน มีโรงงานในบราซิล อินเดีย และออสเตรเลีย และอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ไทย
         
ทั้งนี้ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ซึ่งเปิดกิจการมานานถึง 117 ปีแล้ว ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลจากมาตรการกำแพงภาษีของสหภาพยุโรป (อียู) ต่อสินค้าหลายร้อยรายการของสหรัฐ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมของรัฐบาลวอชิงตัน ในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ และมีผลบังคับใช้ต่ออียู แคนาดา และเม็กซิโก เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยอียูเรียกเก็บภาษีผลิตภัณฑ์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสันในอัตรา 25%
         
อย่างไรก็ตาม การที่กระบวนการถ่ายโอนสายงานการผลิตจะใช้เวลาเร็วที่สุด 9 เดือน และอาจนานถึง 18 เดือน หมายความว่าในช่วงเวลานี้ฮาร์ลีย์-เดวิดสันจะได้รับผลกระทบจากมาตร การกำแพงภาษีของอียูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งบริษัทประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ระหว่าง 90-100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 2,961 ถึง 3,290 ล้านบาท) ขณะที่ราคาหุ้นของฮาร์ลีย์เดวิดสันในตลาดนิวยอร์กร่วงลงทันที 6% หลังการประกาศดังกล่าว ลงมาอยู่ที่ 41.57 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,367.65 บาท) ส่วนยอดจำหน่ายในสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ลดลง 12% แต่ยอดจำหน่ายรวมในภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้น 7% ในช่วงเวลาเดียวกัน
         
ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ไม่น่าเชื่อว่า ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เป็นบริษัทแรกที่ยอมยกธงขาว" ขณะที่นายบรูโน เลอ แมร์ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจของฝรั่งเศส กล่าวว่า อียู พร้อมขยายขอบเขตของมาตรการตอบโต้ หากรัฐบาลวอชิงตันเพิ่มมาตรการกำแพงภาษีต่อสินค้าของยุโรปอีก.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์




 
เพิ่มเติม