Follow

Show

ดัชนีอุตฯ สูงสุดรอบ 9 เดือน ยอดใช้กำลังผลิตทะลุ 70%

"สศอ." เผย ดัชนี ผลผลิตอุตสาหกรรม ส.ค.โต 3.7% สูงสุดรอบ 9 เดือน ระบุอุตฯหลักจ่อลงทุนเพิ่ม หลังกำลังการผลิตเกิน 70% แจงอุตฯเครื่องยนต์ สำหรับรถยนต์ รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันปิโตรเลียม ดันดัชนีขยับ

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือน ส.ค. อยู่ในระดับ 112.94 เพิ่มขึ้น 3.74% เมื่อเทียบจาก ช่วงเดียวกันในปี สูงสุดในรอบ 9 เดือน นับตั้งแต่เดือนธ.ค.2559 ส่งผลให้ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม 8 เดือนแรก ของปี 2560 ขยายตัว 1% ส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจไทยกำลังขยายตัว เช่นเดียวกัน กับการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัว 6.10% และการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำแท่ง) ที่ขยายตัว 9.20% ทำให้คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีแนวโน้ม การผลิตและส่งออกยังคงเติบโตใน ระดับที่ดี

"ดัชนีเอ็มพีไอ เฉลี่ย 8 เดือนเติบโตได้ 1% ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้จะขยายตัวได้ตาม เป้าหมาย 0.5-1.5% โดยคาดว่าในช่วง 4 เดือน ที่เหลือยังมีแนวโน้มที่ดี หากขยายตัวได้มากกว่า 3% ดัชนีเอ็มพีไอก็จะขยายตัว สูงกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ส่วน จีดีพีอุตสาหกรรม ในรอบ 6 เดือนขยายตัว 1.2% อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ขยายตัว 1-2% มั่นใจว่า ในครึ่งปีหลังจะดีว่าครึ่งปีแรก ดังนั้น จึงคาดว่า จีดีพีอุตสาหกรรมจะสูงกว่า เป้าหมายที่วางไว้ โดย สศอ. จะขอดูตัวเลขที่ชัดเจนในเดือนต.ค.ก่อน จึงจะพิจารณาว่า จะปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีเอ็มพีไอ และ จีดีพีอุตสาหกรรมในปีนี้หรือไม่"

ส่วนกำลังการผลิตในเดือนส.ค. อยู่ที่ 62.46% สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน ซึ่งหากกำลังการผลิตอยู่ในระดับ 70% ขึ้นไปผู้ประกอบการก็จะเริ่มลงทุนขยาย กำลังการผลิต
โดยอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตอยู่ในระดับสูง ได้แก่ เคมีภัณฑ์ขั้นพื้นฐาน กำลังผลิต 107% เม็ดพลาสติก กำลังผลิต 94.5% ปิโตรเลียม กำลังผลิต 88% ไก่แช่เยือกแข็ง กำลังผลิต 89% ยานยนต์ กำลังผลิต 84% อุปกรณ์การแพทย์กำลังผลิต 74.8% เคมีภัณฑ์ 73.8% กระดาษ กำลังผลิต 73% เครื่องใช้ไฟฟ้า กำลังผลิต 72% ผลิตภัณฑ์ยาง กำลังผลิต 70% อิเล็กทรอนิกส์ กำลังผลิต 66%

ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้กำลังการผลิตน้อย เช่น อุตสาหกรรมเครื่องหนัง และเฟอร์นิเจอร์ มีกำลังการผลิตประมาณ 36% แต่กลุ่มเหล่านี้ มีสัดส่วนน้อยในภาคอุตสาหกรรมไทย และบางส่วนก็ปรับตัวไปผลิตสินค้าชนิดอื่นแล้ว ซึ่งอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ยังคงอยู่ได้ มีการขยายตัวที่ดี

โดยในอุตสาหกรรมที่ใช้กำลังการผลิตสูงและมีแนวโน้มที่จะเริ่มลงทุนเพิ่ม ส่วนใหญ่ จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล จึงเชื่อว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะทยอยเข้ามาลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมตาม เป้าหมายการส่งเสริมรัฐบาล ซึ่งจะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนในปีหน้า

นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ซึ่งจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนมาก และมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายราย เข้ามาตั้งฐานการผลิต ซึ่งจะทำให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนเกิดขึ้น ตามมาอีกมาก จะส่งผลให้ในปี 2561  จีดีพีอุตสาหกรรมอาจจะโตได้ถึง 3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมาที่โตในระดับ 1% และจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีต่อไป

สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผล ต่อดัชนีเอ็มพีไอเดือนส.ค.ในส่วน ของอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ต่อดัชนีเอ็มพีไอ ได้แก่ เครื่องยนต์ สำหรับรถยนต์ รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันปิโตรเลียม

ส่วนอุตสาหกรรมที่หดตัว ได้แก่ เครื่องประดับ ลดลง 40.21% จาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน เครื่องปรับอากาศ และส่วนประกอบ ลดลง 28.84 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 6.17% จาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมการปั่นเส้นใยสิ่งทอ ลดลง 14.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดัชนีเอ็มพีไอ เฉลี่ย 8 เดือน เติบโตได้ 1% ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้ จะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 0.5-1.5%

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 กันยานยน 2560




 
เพิ่มเติม