Follow

Show

บีโอไอ จัดหมวดลงทุนใหม่ แบ่ง 5 กองรองรับทิศทางการส่งเสริมยุค 4.0

 บีโอไอปรับประเภทกิจการจัดระเบียบหมวดการลงทุนใหม่แบ่งเป็น 5 กอง ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ล่าสุดรอประกาศกฤษฎีกา กลุ่มยานยนต์ยิ้มรับ รัฐสนับสนุนต่อเนื่องชูเป็นหนึ่งใน 10 อุตฯเป้าหมาย จับตารถยนต์ในอนาคต

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้บีโอไอ ปรับประเภทกิจการจัดระเบียบหมวดการลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยมีการปรับเปลี่ยนเป็นการภายในแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน   ตอนนี้รอประกาศกฤษฎีกาส่งกลับเข้าคณะรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ จึงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยบีโอไอต้องการปรับปรุงการทำงานภายในให้สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริม เพราะ 5 กลุ่มนี้ 4 กลุ่มเป็นเรื่องเทคโนโลยี และอีก 1 กลุ่มเป็นเรื่องบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แต่ละกลุ่มจะเน้นเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน การดูแลแต่ละกองก็ต้องตรงกับทักษะที่มี

ทั้งนี้ประเภทกิจการที่บีโอไอจัดหมวดใหม่จะประกอบด้วย 5 กอง  ดังนี้ กองบริหารการลงทุน 1: BIO and Medical Industries (อุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ )  เช่น ไบโอเทคโนโลยี ไบโอพลาสติก ซึ่งทั้งกองนี้จะดูเรื่องสายไบโอทั้งหมด, กองบริหารการลงทุน 2:Advanced Manufacturing Industries อุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเช่น สายผลิตที่เกี่ยวกับ IOT (Internet of Things)หรือยานยนต์สมัยใหม่, กองบริหารการลงทุน 3 : Basic and Supporting Industries อุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมสนับสนุนจะเป็นเรื่องซัพพอร์ติ้ง อินดัสตรี  พวกโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย  นิคมอุตสาหกรรม

กองบริหารการลงทุน 4 : High Value Services อุตสาหกรรมบริการมูลค่าเพิ่มสูง เช่น  R&D, โรงแรม ท่องเที่ยว  ขนส่ง ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ  กิจการสนับสนุน (IHQ,ITC,TISO), กองบริหารการลงทุน 5: Creative and Digital Industries อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์และดิจิตอล เช่น พวกซอฟต์แวร์อี-คอมเมิร์ซ เป็นต้น

นายองอาจ พงศ์กิจวรสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวถึงการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ว่าที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญโดยเฉพาะการส่งเสริมจากบีโอไอ ที่ยกระดับให้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าวันนี้โปรดักต์แชมเปี้ยนที่ส่งออกของไทยคือรถปิกอัพ รถเก๋ง เมื่อก่อนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนผลิตรถปิกอัพในตลาดโลกมีผู้ผลิตเพียงไทยและอเมริกาเป็นหลัก ตอนนี้การผลิตรถปิกอัพก็มีฐานการผลิตใหม่เกิดขึ้นทั้งในเซาธ์แอฟริกา สเปน ที่ต้องผลิตส่งเข้ายุโรป  และจีน แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ฐานผลิตใหญ่เท่าไทยกับสเปน ในขณะที่รถเก๋งมีฐานการผลิตทั่วโลกเยอะมาก ทั้งญี่ปุ่น อินโดนีเซียและในยุโรป ตุรกี ดังนั้นการแข่งขันก็จะสูงกว่าเดิม มีกำลังผลิตรถยนต์เพื่อขายในตลาดในโลกรวมประมาณ 90 ล้านคันต่อปี ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นรถเก๋ง และในจำนวนนี้ไทยอยู่ในอันดับที่ 11 ในแง่ยอดการผลิตเมื่อปี 2016 ปีนี้ถ้าดูที่เดือนมีนาคมอยู่ที่อันดับ 12 ล่าสุดรัฐบาลสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็น 1 ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ก็น่าจับตาการส่งเสริมยานยนต์ในอนาคต ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการลงทุนมากน้อยแค่ไหนโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 1 - 4 ต.ค. 2560




 
เพิ่มเติม