Follow

Show

“เก๋งเล็ก-อีโคคาร์” แข่งเดือด หลายค่ายเร่งปล่อยของ

ยอดรถ 8 เดือนโต 10% จับตา เก๋งเล็ก-อีโคคาร์แข่งเดือด หลายค่ายทยอยส่งโมเดลใหม่ลงตลาด “ซูซูกิ เซียส” แรงไม่ตกดีลเลอร์โตโยต้าโอดวางตำแหน่ง “เอทีฟ” กินส่วนแบ่งตลาดวีออส

รายงานข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ หอการค้าญี่ปุ่น หรือเจซีซี เปิดเผยยอดขายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ประจำเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาพบว่ามียอดขายทั้งสิ้น 67,943 คัน เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อแยกรายยี่ห้อพบว่า
โตโยต้ามียอดทั้งสิ้น 16,064 คัน, อีซูซุ 12,784 คัน, ฮอนด้า 10,712 คัน, มิตซูบิชิ 5,503 คัน, นิสสัน 4,815 คัน มาสด้า 4,381 คัน, เชฟโรเลต 1,650 คัน, ฟอร์ด 4,823 คันและอื่นๆ 5,000 คัน

ในขณะที่ยอดขายสะสมรวม 8 เดือนสูงถึง 543,000 คันเพิ่มขึ้น 10% โตโยต้ายังคงรั้งตำแหน่งผู้นำด้วยตัวเลข 150,641 คัน รองลงมาเป็นอีซูซุ 102,020 คัน ตามด้วยฮอนด้า 82,641 คัน, มิตซูบิชิ 43,208 คัน, นิสสัน 37,421 คัน,มาสด้า 32,191 คัน และซูซูกิ 15,351 คัน

สำหรับกลุ่มรถยนต์ที่มีการแข่งขันและถือว่าน่าจับตาอย่างยิ่งยังคงเป็นกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ทั้งบี-คาร์และอีโคคาร์ ที่ 5 ค่ายญี่ปุ่นได้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนการลงทุนจากบีโอไอมีสัดส่วนตลาดสูง กว่า 30% และล่าสุดค่ายรถยนต์ยังทยอยส่งรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องอาทิ ค่ายโตโยต้าเพิ่งเปิดตัวอีโคคาร์ซีดานรุ่นใหม่โตโยต้า เอทีฟ ออกสู่ตลาดไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา และในวันที่ 14 กันยายนนี้จะส่งยาริสใหม่ ซึ่งเป็นไมเนอร์เชนจ์ออกสู่ตลาดอีกหนึ่งรุ่น ขณะที่ค่ายซูซูกิมีแผนส่งอีกหนึ่งรุ่นในช่วงปลายปี

“เชื่อว่า เซ็กเมนต์อีโคคาร์ยังแข่งขันกันดุเดือดโดยเฉพาะเจ้าตลาดเดิมอย่างนิสสันที่ แม้จะมีอาวุธใหม่นิสสันโน๊ต คงไม่หยุดนิ่งแน่ เพราะเปิดตัวมาหลายเดือนผลงานยังไม่เข้าตา ถึงขนาดอันตวน บาร์เตส บอสใหญ่นิสสันออกปากกับสาธารณชนมาโดยตลอด” แหล่งข่าวกล่าว และเปิดเผยอีกว่า

กลุ่มอีโคคาร์ช่วง 8 เดือน โตโยต้าทำได้ 21,253 คัน, นิสสันทำได้ 20,557 คัน โดยแบ่งเป็นโน๊ต 4,322 คัน มาร์ช 5,757 คัน และอัลเมร่า 10,478 คัน, มาสด้าทำได้ 19,598 คัน แบ่งเป็นมาสด้า 2 ซีดาน 11,500 คัน และมาสด้า 2 แฮตช์แบ็ก 8,098 คัน, มิตซูบิชิทำได้ 14,826 คัน แบ่งเป็นแอททราจ 8,076 คันและมิราจ 6,058 คัน, ซูซูกิ ทำได้ 13,347 คัน แบ่งเป็น เซเลริโอ 682 คัน สวิฟท์ 5,619 คัน เซียส 6,675 คัน ส่วนค่ายฮอนด้าทำได้ 1,064 คัน แบ่งเป็น อเมซ 573 คัน และบริโอ้ 859 คัน

ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้า รายใหญ่กล่าวเสริมว่า หลังจากโตโยต้าคลอดอีโคคาร์ซีดานเอทีฟ สู่ตลาดนั้นมีลูกค้าวอล์กอินเข้ามาในโชว์รูมมากขึ้นยอดขายก็ค่อนข้างน่าพอใจ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าลูกค้าในกลุ่มรถยนต์เก๋งเล็ก เช่น วีออส กลับลังเลในการตัดสินใจซื้อ และส่วนใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกลับตัดสินใจเลือกอีโคคาร์เอทีฟมากขึ้น ซึ่งประเด็นคงต้องมีการหารือและปรับแผนการทำตลาดอีกครั้งเพื่อไม่ให้รถทั้ง สองรุ่นกินตลาดกันเอง

ที่มา: www.prachachat.net




 
เพิ่มเติม