นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และทรวงอกอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ นายพรธวัช เพ่งศรี อัครราชทูตที่ปรึกษา (อุตสาหกรรม) ณ กรุงโตเกียว และ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงงานบริษัท Toyota Chemical Engineering ในเครือ Toyota, Handa Plant จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับเกียรติจาก Mr. Toshihiko Muroi ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ฝ่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัท Toyota Tsusho Corporation พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
จากการเยี่ยมชมพบว่า บริษัท Toyota Chemical Engineering ในเครือ Toyota ดำเนินธุรกิจเฉพาะทางด้านการจัดการของเสียอุตสาหกรรม การรีไซเคิล และโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อม โดยคณะได้เข้าเยี่ยมชมระบบนิเวศแบตเตอรี่แบบครบวงจร ซึ่งยึดหลักปรัชญา "Mottainai" ของญี่ปุ่นที่มุ่งลดการสูญเปล่าและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ผ่านแนวทาง Reduce Reuse และ Recycle โดยได้ชมกระบวนการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ซ้ำสำหรับรถยนต์ ควบคู่กับการเปรียบเทียบกระบวนการก่อนเข้าสู่การรีไซเคิล ระหว่างวิธีดั้งเดิมที่ใช้การเผาด้วยความร้อนสูง กับแนวทางที่บริษัทพัฒนาขึ้นใหม่โดยใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติในการถอดแยกชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถกู้คืนวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ได้ในสัดส่วนที่สูงกว่าวิธีดั้งเดิม อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งสามารถกู้คืนสารอิเล็กโทรไลต์และโลหะมีค่าหลายชนิด อาทิ เหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง นิกเกิล โคบอลต์ และลิเทียม กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อีกครั้ง
ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในอนาคต โดยเฉพาะการเติบโตของแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ที่แม้จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากสายการผลิตของจีน แต่มีคุณสมบัติที่ทำให้การรีไซเคิลทำได้ยากกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่น ทั้งนี้ Toyota ยังได้ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน พร้อมมองว่าการพัฒนาระบบนิเวศแบตเตอรี่ร่วมกันจะเป็นก้าวสำคัญต่อไปของความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยสามารถศึกษาและนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนต่อไป




