นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ นายพรธวัช เพ่งศรี อัครราชทูตที่ปรึกษา (อุตสาหกรรม) ณ กรุงโตเกียว และ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท 4R Energy Corporation ณ จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับเกียรติจาก Mr. Masami Murayama ประธานบริษัท และ Mr. Kunihiro Hosoi ผู้จัดการโรงงาน ให้การต้อนรับ
จากการเยี่ยมชมพบว่า 4R Energy Corporation ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2553 จากความร่วมมือระหว่าง Nissan Motor และ Sumitomo Corporation โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด 4R ประกอบด้วย Reuse การนำแบตเตอรี่ที่ยังมีสมรรถนะสูงกลับมาใช้งานต่อ Refabricate การปรับแปลงสภาพแบตเตอรี่เป็นชุดใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโมดูล Resell การจำหน่ายต่อเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานและแบตเตอรี่ทดแทนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และ Recycle การรีไซเคิลวัตถุดิบแบบครบวงจร คณะได้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน Namie ซึ่งเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ในฐานะโรงงานแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นภายหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดสภาพและสมรรถนะของแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้ว เพื่อคัดแยกและจัดประเภทให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานต่อในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวยังดำเนินงานด้วยพลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ ผ่านระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตแบตเตอรี่ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรวัตถุดิบในระยะยาว
ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจ โดยปัจจุบันแบตเตอรี่ที่ผ่านการปรับแปลงสภาพส่วนใหญ่ยังคงส่งกลับให้กับ Nissan เป็นหลัก แต่บริษัทมีแผนขยายตลาดไปสู่ลูกค้าองค์กรในวงกว้างมากขึ้น โดยมุ่งเน้นสร้างคุณค่าด้านความยั่งยืนผ่านการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่การผลิตแบตเตอรี่ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรวัตถุดิบ ด้วยการลดความจำเป็นในการสกัดวัตถุดิบใหม่ผ่านการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำ นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบตรวจสอบย้อนกลับแบตเตอรี่ในระดับโมดูลมาตั้งแต่ก่อนมีการพัฒนาระบบ Battery Passport ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตแบตเตอรี่ อันเป็นแนวทางสำคัญที่ไทยสามารถศึกษาและนำมาปรับใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการต่อชีวิตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศต่อไป