นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ นายพรธวัช เพ่งศรี อัครราชทูตที่ปรึกษา (อุตสาหกรรม) ณ กรุงโตเกียว และ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) พร้อมคณะ เข้าหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูล Ecosystem และกลไกการจัดการซากรถยนต์และแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้ากับหน่วยงานต่าง ๆ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
ในช่วงเช้า คณะฯ ได้เข้าพบกับสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association: JAMA) โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Akira Matsunaga ประธาน JAMA ให้การต้อนรับ และได้กล่าวถึงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีมายาวนานกว่า 65 ปี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตยานยนต์หลักของภูมิภาค พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรม ทั้งด้านการจัดหาทรัพยากรสำคัญและการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ JAMA ยังได้นำเสนอแนวทางการจัดเก็บและรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตเกือบทั้งหมดในอุตสาหกรรม รวมถึงแนวคิด Battery Ecosystem ที่มุ่งเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าของแบตเตอรี่ทั้งระบบ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรของประเทศ
ในช่วงบ่าย คณะฯ ได้เข้าพบกับสมาคมศูนย์ติดตามเเบตเตอรี่ (Automotive and Battery Traceability Center: ABtC) ซึ่งได้รับเกียรติจาก Mr. Teruyoshi Fujiwara ประธาน ABtC แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ Battery Passport เนื่องจากมีแนวโน้มที่หลายประเทศออกข้อกำหนดด้านการตรวจสอบย้อนกลับและการเปิดเผยข้อมูลแบตเตอรี่ ซึ่งอาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าสู่ตลาดในอนาคต ญี่ปุ่นจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Ouranos Ecosystem ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างระบบแบ่งปันข้อมูลที่ปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทานยานยนต์และแบตเตอรี่ โดย ABtC เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ได้รับการรับรองภายใต้ระบบดังกล่าว
จากนั้นคณะผู้แทนได้เข้าพบศูนย์ส่งเสริมการรีไซเคิลรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Recycling Promotion Center: JARC) โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Ryuichiro Hashimoto ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ บรรยายภาพรวมระบบการรีไซเคิลรถยนต์ของญี่ปุ่นที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์รับผิดชอบจัดการวัสดุอันตราย 3 ประเภท ผ่านกลไกบริหารจัดการค่าธรรมเนียมที่โปร่งใสและระบบทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับระบบทะเบียนรถยนต์ทั่วประเทศ ปัจจุบันซากรถยนต์เกือบทั้งหมดของญี่ปุ่นได้รับการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ และอัตราการทิ้งซากรถยนต์อย่างผิดกฎหมายลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่มีการบังคับใช้ระบบดังกล่าว
ปิดท้ายด้วยการเข้าพบองค์กรรีไซเคิลรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Recycling Organization: JAERA) โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Kenichi Taneya รองประธาน JAERA บรรยายบทบาทของผู้ประกอบการถอดแยกชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งทำหน้าที่ทั้งจัดการซากรถยนต์อย่างถูกต้อง คัดแยกวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ และจัดหาชิ้นส่วนคุณภาพเพื่อการใช้งานซ้ำ พร้อมชี้ให้เห็นความท้าทายจากการแพร่หลายของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน อาทิ ความเสี่ยงด้านอัคคีภัยและความต้องการพื้นที่จัดเก็บเฉพาะทาง ซึ่งจะทวีความสำคัญมากขึ้นตามการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ การหารือตลอดทั้งวันสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของญี่ปุ่นในการวางระบบบริหารจัดการยานยนต์และแบตเตอรี่แบบครบวงจร ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนต่อไป