กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตระหนักถึงการนำเข้า แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้ว (used) ที่มีประสิทธิภาพต่ำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วยังไม่ถูกระบุอยู่ในบัญชีที่ 5.3 เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ทำให้ไม่ถูกควบคุมภายใต้กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และไม่ต้องขออนุญาตนำเข้า อีกทั้งยังไม่มีหลักเกณฑ์ในการจำแนกแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วกับซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้เกิด ช่องว่างในการนำเข้า แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วที่เสื่อมสภาพเข้ามา ซึ่งเป็นภาระในการกำจัดของประเทศ และอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมหากกำจัดไม่ถูกวิธี
ดังนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงนำเสนอ แนวทางการควบคุมการนำเข้าแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเข้าสู่ราชอาณาจักร ต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 และได้รับความเห็นชอบแนวทางดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้ว เข้าข่ายเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว บัญชี 5.3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556
State of Health มากกว่าร้อยละ 80 นำมา Repack ใหม่ใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานไฟฟ้า รถกอล์ฟไฟฟ้า หรือนำมาเป็นแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานแบบตั้งอยู่กับที่
เงื่อนไข คือ ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องเป็นโรงงานผลิต ประกอบ ดัดแปลง หรือซ่อมแซมแบตเตอรี่ หรือนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานแบบตั้งอยู่กับที่ภายในโรงงาน
State of Health อยู่ระหว่าง ร้อยละ 60 - 80 นำมาใช้ซ้ำเป็นแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานแบบตั้งอยู่กับที่
เงื่อนไข คือ ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กำหนดให้นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานแบบตั้งอยู่กับที่ภายในโรงงานเท่านั้น
2. กรณี State of Health น้อยกว่าร้อยละ 60 จะถือเป็น #Wastes ตามบัญชี 5.2 #ของเสียเคมีวัตถุ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
2.1) แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่หมดสภาพการใช้งานแล้ว แต่ยังคงสภาพการเป็น Battery Pack ของเสียประเภทนี้จะถูกห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2568
2.2) ซากแบตเตอรี่ที่ถูกถอดแยกชิ้นส่วน หรือเป็นชิ้นส่วนจากการบดย่อย หรือเผาแล้ว
ซึ่งทั้ง 2 ลักษณะดังกล่าว หากมีการปนเปื้อนตะกั่ว แคดเมียม หรือปรอท จะเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตามบัญชี 5.2 ลำดับ 2.18 ซึ่งห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2568 และหากไม่มีการปนเปื้อนตะกั่ว แคดเมียม หรือปรอท จะเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุตามบัญชี 5.2 ลำดับ 2.17 ถือเป็นของเสียไม่อันตรายตามอนุสัญญาบาเซลฯ แต่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
2.3) ผงมวลดำ หรือ Black mass จะเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุตามบัญชี 5.2 ลำดับ 2.17 ซึ่งหากมีการปนเปื้อนตะกั่ว แคดเมียม หรือปรอท ต้องขอคำยินยอมล่วงหน้า (Consent) ตามขั้นตอนของอนุสัญญาบาเซลฯ ก่อนการนำเข้ากับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานผู้มีอำนาจของอนุสัญญาบาเซลฯ แห่งราชอาณาจักรไทย และต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย แต่หากไม่มีการปนเปื้อนตะกั่ว แคดเมียม หรือปรอท ไม่ต้องขอคำยินยอมล่วงหน้า แต่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
ทั้งนี้ การขออนุญาตนำเข้า ผู้นำเข้าต้องเป็นโรงงานที่นำของเสียมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงาน คือ ผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ หรือผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการผลิตแบตเตอรี่ใหม่
ที่มา: กรมโรงงานอุตสาหกรรม https://www.facebook.com/share/p/18juf34L7t/