Follow

Show

กลุ่มยานยนต์ ส.อ.ท. ชี้คลายล็อกเฟส4 ฟื้นแรงซื้อ-ลุ้นโควิด19 ไม่ระบาดรอบ 2

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วน ส.อ.ท. ยังคงเกาะติดโควิด-19 ใกล้ชิดหลังรัฐบาลคลายล็อกเฟส 4 และมาตรการรัฐเร่งฟื้นกำลังซื้อจะช่วยให้การผลิตรถยนต์ปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน แต่ยอมรับหากโควิด-19 กลับมาระบาดรอบ 2 ระส่ำแน่ ชิ้นส่วนฯ โอดยอดขายรถดิ่งกระทบหนัก
         
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นช่วงที่ 4 (คลายล็อกดาวน์ เฟส 4) และยกเลิกห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว) คาดว่าจะทำให้ธุรกิจต่างๆ ทยอยกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้งมากขึ้น ซึ่ง จะเป็นผลดีต่อตลาดรถยนต์ในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวได้บ้างแต่ภาพรวมก็ยังคงต้องติดตามใกล้ชิดเพราะแรงซื้อของคนไทยยังคงตกต่ำและความไม่แน่นอนจากการกลับมาระบาดไวรัสโควิด-19 รอบ 2 ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนั้น เป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2563  คงจะอยู่ที่ 1 ล้านคันหรือลดลงจากปี 2562 ประมาณ 50%
         
"เราก็คาดหวังว่ายอดการผลิตรถยนต์ปีนี้เลวร้ายสุดจะไม่ต่ำไปกว่า 1 ล้านคัน แต่ก็ คงต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเนื่องจากตลาดส่งออก ขณะนี้ยอมรับว่ายังไม่ฟื้นตัวนักเพราะ หลายประเทศส่วนใหญ่ยังคงมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมากและล่าสุดจีนพบผู้ติดเชื้อใหม่หลังคลายล็อกดาวน์ซึ่งจุดนี้ของไทยเองก็จะต้องระวังอย่างใกล้ชิด เพราะหากพบอีกก็จะนำ มาซึ่งการปิดกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันอีกครั้ง ซึ่งคงไม่ส่งผลดีต่อแรงซื้อคนไทยแน่นอนเพราะขณะนี้ก็ตกต่ำอยู่แล้ว" นายสุรพงษ์กล่าว
         
ปัจจุบันแม้ว่าค่ายรถยนต์จะมีโปรโมชัน ต่างๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นแรงซื้อแต่ก็ต้องยอมรับ ว่าประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการถูกออกจากงาน การลดเงินเดือน และการให้ทำงานที่บ้าน(WFH) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชน ภาพรวมต่างไม่มั่นใจรายได้ในอนาคตว่าจะมีเพียงพอใช้จ่ายหรือไม่จึงทำให้ไม่กล้าที่จะออกรถยนต์ใหม่ จึงเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการบริโภค
         
"ในเรื่องของการลดภาษีสรรพสามิตเพื่อกระตุ้นการซื้อรถยนต์ได้ถูกปฏิเสธไปแล้วคงจะไม่มีมาตรการนี้ ส่วนการนำรถยนต์เก่ามาแลกใหม่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็ค่อนข้างคัดค้าน ผู้ผลิตรถยนต์เองก็หวังว่ารัฐบาลจะเร่งทำให้เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นโดยเร็วก็จะทำให้มีแรงซื้อกลับมาและแต่ละรายต่างก็พยายามปรับลดต้นทุนเพื่อประคองให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน" นายสุรพงษ์กล่าว
         
นายพินัย ศิรินคร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนฯขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการที่ยอดขายรถยนต์ที่ลดต่ำลง เนื่อง จากประมาณ 80% เป็นการผลิตแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือผลิตเพื่อป้อนให้กับค่ายรถและรับจ้างผลิตเป็นหลักซึ่งทางกลุ่มฯ พยายามที่จะรักษาระดับแรงงานด้วยการลดต้นทุนเท่าที่จะทำได้โดยเน้นการจัดสัมมนาให้ความรู้เป็นต้น โดยหลังจากรัฐผ่อนคลายมาตรการระยะ 4 แล้วคาดหวังว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น
         
"ยอมรับว่าตลาดชิ้นส่วน OEM แนวโน้ม ครึ่งปีนี้จะลดลงกว่า 50% เพราะผลกระทบโควิด-19 ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี) ทำให้ สายป่านทางการเงินไม่ได้มากนัก หากสถานการณ์ ไม่ดีขึ้นก็ยิ่งกระทบต่อภาวะการขาดทุนและแรงงานมากขึ้น ขณะนี้เราก็กำลังรวบรวมปัญหา เพื่อที่จะเร่งหาแนวทางแก้ไขภาพรวมอยู่" นายพินัยกล่าว.

ที่มา: นสพ.ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ฉบับวันที่ 17 มิ.ย. 2563




 
เพิ่มเติม