Follow

Show

ความหน้าแล้ว! ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ เปิดเฟส1 ในไตรมาส3 ของปี62 นี้

ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center : ATTRIC เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่การเป็น Super Cluster อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นผู้ดำเนินโครงการ จากมติ ครม. วันที่ 29 มีนาคม 2559 อนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ทดสอบ 1,234.98 ไร่ ณ ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยงบประมาณ 3,705.7 ล้านบาท บนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) โดยการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ปี 2559-2562

ระยะที่ 1 ส่วนทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 ประกอบด้วย สนามทดสอบและเครื่องมือทดสอบยางล้อ ตามมาตรฐาน UN R117
ปี 2562-2564

ระยะที่ 2 ส่วนทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ประกอบด้วย สนามทดสอบ จำนวน 5 สนาม
ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center : ATTRIC
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับ ชุมชนในพื้นที่ คือ
1) เป็น Land Mark ระดับประเทศและอาเซียน
2) เกิดการจ้างบุคลากรในพื้นที่ ด้านเทคนิคไม่น้อยกว่า 200 คน และด้านอื่นๆ อีกไม่น้อยกว่า 2,000 คน คิดเป็นรายได้ 500-1,000 ล้านบาท
3) เกิดห่วงโซ่ธุรกิจการค้าและธุรกิจต่อเนื่อง สร้างรายได้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
4) เศรษฐกิจชุมชนมีความเข้มแข็ง
5) ราคายางพารามีเสถียรภาพมากขึ้น

ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์จะได้รับ คือ
1) ลดเวลาในการทดสอบได้ 2 เดือน ประหยัดค่าทดสอบได้ปีละ 119 ล้านบาท
2) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
3) ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล
4) สามารถส่งออกได้มากขึ้น มีรายได้มากขึ้น.
5) มีสนามและเครื่องมือเพื่อรองรับการทดสอบและ

การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ
1) เป็นศูนย์กลางการทดสอบ วิจัยและพัฒนาในอาเซียน
2) เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุน
3) เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EEC
4) มีการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น 150,000 ตัน
5) ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนและยางล้อเป็นอุตสาหกรรม 4.0

สำหรับเฟส 1 จะเปิดบริการในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยจะให้บริการทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 ที่จะเป็นมาตรฐานบังคับในปลายปีนี้ และจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยางล้อของไทยให้สูงขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น ที่สำคัญยังทำให้ต้นทุนการวิจัยพัฒนายางล้อรุ่นใหม่ๆ ลดลง

ในเฟสที่ 2 จะก่อสร้างทันที และศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ แห่งนี้มีกำหนดจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564

นอกจากนี้ศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ ยังมีนโยบายที่จะช่วยเพิ่มปริมาณการซื้อยางพาราให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งจะช่วยเกษตรกรที่ผลิตยางพาราในประเทศได้มากขึ้นและสิ่งที่น่ายินดีอีกอย่างนั่นก็คือ เราได้ใบรับรองสนามทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 จาก Applus+IDIADA ประเทศสเปน ซึ่งรับรองว่า “ศูนย์ทดสอบยานยนต์และล้อยางแห่งชาติได้รับใบรับรองสนามทดสอบตามมาตรฐาน UN R117 และผิวสนามทดสอบเสียง ตามมาตรฐาน ISO 10844 : 2014” ทำให้สนามทดสอบแห่งนี้ได้มาตรฐานสากล
ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center : ATTRIC

ที่มา: กระทรวงอุตสาหกรรม




 
เพิ่มเติม