Follow

Show

อุตฯ ถกค่ายรถสัปดาห์นี้เร่ง 'ยูโร5' ลดไอเสีย 80%

"อุตสาหกรรม" เร่งคลอดมาตรฐานรถยูโร 5 นัดถกค่ายรถสัปดาห์นี้ คลุมรถเก๋ง-ปิกอัพ หวังลดฝุ่นไอเสีย 80% พร้อมยกระดับจักรยานยนต์จากยูโร 3 เป็นยูโร 4 เร็วขึ้น "พลังงาน"เร่งโรงกลั่นผลิตน้ำมันยูโร 5  "คมนาคม"จี้ขสมก.รับมอบรถเอ็นจีวีก่อนกำหนด จัดหารถเมล์ไฟฟ้า ไฮบริด
         
หน่วยงานต่างๆ กำหนดมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก(พีเอ็ม 2.5) เพิ่มเติมจากมาตรการระยะสั้น ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันมาตรการระยะยาว
         
นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมวางแผน แก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ระยะยาว โดยพิจารณามาตรฐานบังคับให้บริษัทรถยนต์ยกระดับมาตรฐานเครื่องยนต์จากยูโร 4 เป็นยูโร 5 ซึ่งจะลดฝุ่นละอองจากเครื่องยนต์ลงได้ถึง 5 เท่า และลดฝุ่นลงได้ถึง 37,000 ตันต่อปี หรือลดลงจากเดิม 80% ภายในปี 2564 ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว ส่วนรถยนต์ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด จะกำหนดมาตรฐานระดับยูโร 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานน้ำมันสูงสุด จะลดไนโตรเจนออกไซด์ได้มากกว่ายูโร 5
         
ขณะนี้ สศอ.ประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ออกมาตรฐานบังคับรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี ซึ่งบางค่ายรถชี้แจงว่ามีต้นทุน ต่อคันหลักหมื่นบาท ขณะที่ สศอ.คาดว่าจะน้อยกว่านั้น จึงน่าจะใช้มาตรฐานยูโร 5 กับรถยนต์ทุกรุ่นได้
         
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยมีแผนจะยกระดับมาตรฐานน้ำมันห่างจากยุโรปไม่เกิน 2 ปี แต่เมื่อยุโรปใช้ยูโร 1 ปี 2535 ไทยใช้ปี 2539 และเมื่อยุโรปใช้ยูโร 2 ปี 2539 ไทยใช้ปี 2542 รวมทั้งเมื่อยุโรปใช้ยูโร 3 ปี 2543 ไทยใช้ปี 2548 และเมื่อยุโรปใช้ยูโร 4 ในปี 2548 ไทยใช้ ปี 2555 ตามหลัง 7 ปี และยุโรปใช้มาตรฐานยูโร 5 ปี 2552 ซึ่งค่ายรถในไทยจะใช้ปี 2566 จะตามยุโรปถึง 14 ปี
         
นอกจากนี้ รัฐบาลเร่งให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยค่ายรถออกรถไฮบริดมาหลายรุ่นแล้ว ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะผลิตในไทยเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2564 และถ้ารัฐบาลเข้มงวดสิ่งแวดล้อมจะกระตุ้นรถยนต์ไฟฟ้า เช่น ขึ้นภาษีรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษในระดับสูง
         
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ.กล่าวว่า สัปดาห์นี้จะเชิญบริษัทรถยนต์มาหารือการออกมาตรฐานบังคับรถยนต์ยูโร 5 สำหรับรถเก๋งและกระบะที่ใช้ดีเซลและเบนซิน ซึ่งค่ายรถยนต์ขอเวลาปรับตัว 4 ปี แต่จากสถานการณ์ฝุ่นที่รุนแรงขึ้นใช้กรอบเวลาเดิมไม่ได้ ส่วนรถบรรทุกจะยกระดับจากยูโร 3 เป็นยูโร 4 หลังจากบังคับรถยนต์เป็นยูโร 5 แล้ว เพราะเป็นรถเชิงพาณิชย์ที่ต้องให้เวลาปรับตัว
         
สำหรับขั้นตอนออกมาตรฐานบังคับยูโร 5 กรณีดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับปัจจุบัน จะใช้เวลา 8 เดือน เพราะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ถ้ายกร่าง พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับใหม่ จะใช้เวลาออกมาตรฐานบังคับ 5-6 เดือน เพราะจะเปลี่ยนจากการตราพระราชกฤษฎีกา มาเป็นการออกกฎกระทรวงอุตสาหกรรมได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญจะเร่งเวลาให้เหลือ 3-4 เดือน
         
ทั้งนี้ จะนำมาตรฐานเครื่องยนต์ยูโร 5 มาปรับปรุงให้เหมาะกับไทย และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงนามประกาศเป็นมาตรฐานบังคับได้เลย โดยคาดว่า พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับใหม่ จะผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (สนช.) ภายในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ และจะมีผลบังคับใช้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
         
นอกจากนี้ นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีคำสั่งให้ สมอ. ยกร่างมาตรฐานบังคับรถจักรยานยนต์ยูโร 4 จากปัจจุบันที่ใช้มาตรฐานยูโร 3 ซึ่ง หลังจากนี้จะต้องออกพระราชกฤษฎีกา คาดว่า จะมีผลบังคับใช้ภายใน 4 เดือนนับจากนี้
   
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แผนระยะยาวจะผลักดันโรงกลั่นน้ำมันยกระดับการผลิตน้ำมันจากมาตรฐานยูโร 4 เป็นยูโร 5 ซึ่งจะ ลดปล่อยกำมะถันลงจาก 100 PPM ในมาตรฐานยูโร 4 เป็นให้เหลือ 10 PPM ในน้ำมันเบนซินและดีเซล และดีเซลจะลดปล่อยค่าสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนจาก 11% ในมาตรฐานยูโร 4 เป็นให้เหลือ 8%
         
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีโรงกลั่น 6 แห่ง คือ ไทยออยล์ บางจาก พีทีทีจีซี เอสโซ่ ไออาร์พีซี และเอสพีอาร์ซี ซึ่งจะเร่งผลิตตามมาตรฐานยูโร 5 ให้เสร็จก่อน 5 ปี ซึ่งมีต้นทุนปรับปรุงโรงกลั่น 35,000 ล้านบาท
         
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม ขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.พร้อมเร่งแผนให้เสร็จก่อน 5 ปี แต่ ภาครัฐต้องมีนโยบายที่ชัดเจน โดยการออกแบบโรงกลั่นต้องมองการต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมีด้วย
         
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมกำหนดมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น ระยะยาว โดยให้รถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัทขนส่ง (บขส.) ใช้น้ำมันบี20 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ก.พ.2562 รวมทั้งให้ ขสมก.เร่งจัดหารถเมล์ไฟฟ้าและไฮบริดที่ไม่ปล่อยมลพิษ
         
นายอาคม กล่าวว่า สั่งการให้การก่อสร้างหลายโครงการโครงสร้างพื้นฐานเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น จะต้องควบคุมตามรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และให้งดกิจกรรมก่อให้เกิดฝุ่นละอองออกไปก่อน จนถึงวันที่ 15 ก.พ.นี้
         
นายพีระพล ถาวรสุขเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ได้ตรวจสอบ รถโดยสารสาธารณะ 3,846 คัน พบรถควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐาน 33 คัน ขณะนี้ได้ทำการพ่นป้ายห้ามใช้ พร้อมปรับเงิน 5,000 บาท และเพิ่มจุดตรวจควันดำรถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะเพิ่มเป็น 31 จุด ใน 15 จังหวัด รอยต่อบนถนนสายหลัก และสายรองทุก เส้นทางที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร
         
นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก.ใช้น้ำมันดีเซล B20 ในรถเครื่องยนต์ดีเซลทุกคัน ซึ่งขณะนี้รถโดยสารของ ขสมก.ได้เปลี่ยนมาใช้น้ำมัน ดังกล่าวครบทั้ง 2,075 คันแล้ว และเร่งการส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีจากกลุ่ม SCNCHO ล็อตสุดท้ายอีก 189 คัน ก่อนกำหนด กลางเดือน มี.ค.นี้
        
นายโมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือรัฐ การที่รัฐ จะปรับมาตรฐานไอเสีย เป็นยูโร 5 ในเชิงเทคนิคบริษัทพร้อมดำเนินการ เนื่องจากปัจจุบัน รถปิกอัพที่ส่งออกไปต่างประเทศของ มิตซูบิชิ มีมาตรฐานสูงสุดคือ ยูโร 6
         
นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรอง ผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า อีซูซุพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยรถบรรทุกขนาดกลาง และขนาดใหญ่อีซูซุสามารถใช้ บี20 ได้มากกว่า 400 รุ่น--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ




 
เพิ่มเติม