Follow

Show

ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โฉมหน้าอนาคต

เรื่อง : วารุณี อินวันนา / พรเทพ เฮง
รถยนต์ไฟฟ้าของเทสลาคันแรกมาวิ่งใน กทม.แล้ว ปตท.เปิดให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่ ถนนชัยพฤกษ์ กระทรวงพลังงานก็ได้ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จรถไฟฟ้าทันทีเหมือนกัน โดยกำหนดให้กลางวันราคา 6 บาท/หน่วย กลางคืน 2.6 บาท/หน่วย (ก็คือส่งเสริมให้ไปชาร์จตอนกลางคืนนั่นเอง)
         
ปัจจุบัน ปตท.ได้ตั้ง Charging Station แล้ว 4-5 แห่ง ซึ่งเป็นสถานีเพื่อการทดลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี วังน้อย และระยอง ขณะที่มีเป้าหมายจะเปิดดำเนินการทั้งหมด 21 แห่ง
         
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มี PEA Volta Platform โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถไร้คนขับ มีแผนจะติดตั้งสถานีทั้งหมด 11 สถานีตามเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ (มีเสร็จไปบ้างแล้ว) แบ่งเป็นที่สำนักงานใหญ่ กฟภ. 1 สถานี พระนครศรีอยุธยา 1 สถานี หัวหิน 3 สถานี พัทยา 2 สถานี โคราช 2 สถานี และนครปฐม 1 สถานี
         
ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) คือรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นเชื้อเพลิง รถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศกำลังเผยแพร่ขึ้นเรื่อยๆ โดยหลายๆ รัฐบาลได้ประกาศยุติสนับสนุนรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในหรือรถที่ใช้น้ำมันทั้งหมด เป้าหมายเพื่อรณรงค์ให้หันมาใช้รถไฟฟ้าแทน
         
มาดูไทม์ไลน์ระยะเวลาตามนโยบายของแต่ละประเทศที่จะให้รถอีวีเป็นรถพลังงานหลักของประเทศแบบ 100% กันดังนี้ 1.เยอรมนี ปี 2030 2.ฝรั่งเศส ปี 2040 3.อังกฤษ ปี 2040 4.นอร์เวย์ ปี 2025 5.จีน ปี 2030 6.ญี่ปุ่น ปี 2030 7.อินเดีย ปี 2030
         
เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Clean Disruption คือการเปลี่ยนแปลงซึ่งทำลายเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมเดิมโดยสิ้นเชิง เนื่องจากของใหม่ดีกว่า ประหยัดกว่าอย่างเทียบกันไม่ติด สำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่าความต้องการรถไฟฟ้าในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงปี 2020-2030 รถใหม่จะเป็นรถไฟฟ้าเกิน 20-30%
         
ล่าสุดในปี 2061 รัฐบาลไทยอนุมัติบริษัทแบรนด์รถยนต์ โตโยต้า นิสสัน มาสด้า ฮอนด้า เข้าแพ็กเกจ รถยนต์ประเภทไฮบริด วงเงินลงทุน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยประเทศไทยจะใช้รถพลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle : HEV) หรือไฮบริดเป็นตัวเปลี่ยนผ่านไปยังรถไฟฟ้าในปี 20xx เนื่องจากไทยยังไม่พร้อมทั้งผู้บริโภคและสถานีชาร์จประจุที่ครอบคลุม
         
แผนการขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579 ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ โดยช่วงนี้อยู่ในการทำงานระยะที่ 1 ระหว่างปี 2559-2560 เป็นขั้นของการ เตรียมความพร้อมด้านกฎหมายการขออนุญาตและการสนับสนุนการวิจัยเรื่องแบตเตอรี่ โดยเน้นนำร่องกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ (ขสมก.) 200 คัน และรถเฉพาะ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านสถานี Charging Station และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
         
ระยะที่ 2 ปี 2561-2563 ดำเนินการเชิงวิจัยอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสมรรถนะแบตเตอรี่ มอเตอร์ รวมทั้งเพิ่มจำนวนรถและจุด Charging Station ให้เพียงพอ
         
ระยะที่ 3 ปี 2564-2578 เป็นช่วงขยายผลการศึกษาให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ และระยะสุดท้ายระยะที่ 4 ปี 2579 เป็นต้นไป คาดหวังว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถน้ำมันได้อย่างเต็มที่
         
เมกะเทรนด์ ยานยนต์ไฟฟ้า
รายงานทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 129 เดือน มิ.ย. 2560 ซึ่งสรุปการสัมมนาสาธารณะเรื่อง "ขับเคลื่อนสู่ยานยนต์ยุคใหม่ ประเทศไทยจะไปทางไหน" (Driving to the next generation automotive : Where are we heading to?) นำเสนองานวิจัยเรื่อง "ทิศทางยานยนต์ยุคใหม่ในประเทศไทย : ประเด็นด้านนโยบายที่สำคัญ" โดย ดร.วิชสิณี วิบุลผลประเสริฐ สุนทร ตันมันทอง และภวินทร์ เตวียนันท์
         
การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเชื้อเพลิงสู่พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ประเภทไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง (FCV) รัฐบาลไทยได้ผลักดันรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในฐานะยานยนต์ยุคใหม่ (Next Generation Automotive) ภายใต้นโยบาย Thailand Industry 4.0 เพื่อก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
        
 อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอุตสาห กรรมนี้ ทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ในไทย ยังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับทิศทางดังกล่าวและผลกระทบที่จะตามมา
         
รายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทิศทางยานยนต์ยุคใหม่แห่งอนาคตในประเทศไทย โดยมีรายละเอียดในแต่ละประเด็นสรุปได้คือ เมกะเทรนด์ (Mega Trend) ยานยนต์ยุคใหม่แห่งอนาคต จากข้อมูลของ International Council on Clean Transportation พบว่า แนวโน้มยานยนต์ยุคใหม่แห่งอนาคตในระดับโลกโดยสรุปมี 2 กระแสหลัก ดังนี้
         
เมกะเทรนด์ I : ยานยนต์ยุคใหม่แห่งอนาคตจะต้องประหยัดพลังงานมากขึ้น และปล่อยมลภาวะลดลง เห็นได้ชัดเจนจากแนวโน้มการใช้มาตรการด้านประสิทธิภาพพลังงานที่มีความเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมาตรการที่ใช้กันแพร่หลายทั่วไปคือมาตรการ CAFE (Corporate Average Fuel Efficiency) ซึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับควบคุมการนำเข้ารถยนต์โดยดูจากค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์จากบริษัทรถยนต์แต่ละราย
         
จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าแต่ละประเทศได้กำหนดค่ามาตรการ CAFE สูงขึ้นทุกปี และมีข้อมูลบ่งชี้ว่าในปี 2020-2050 หลายประเทศได้กำหนดค่ามาตรการ CAFE สูงขึ้นไปอีก ทั้งนี้มีแนวโน้มว่าจะมีการใช้มาตรการ CAFE อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดส่งออกรถยนต์ของไทย ซึ่งหากประเทศไทยยังไม่มีการปรับตัวที่ถูกต้องและเหมาะสม ก็จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบันอย่างแน่นอน
         
เมกะเทรนด์ II : ซอฟต์แวร์และเซ็นเซอร์ จะเป็นชิ้นส่วนใหม่ในทุกเทคโนโลยีการขับเคลื่อน นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมดังกล่าวแล้ว แนวโน้มหลักสำคัญอีกประการของยานยนต์ยุคใหม่คือ ยานยนต์ที่มีการพัฒนาจนเป็นยานยนต์ที่เชื่อมต่อและสามารถสนับสนุนการขับให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งชิ้นส่วนที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเชื่อมต่อและสนับสนุนการขับดังกล่าวก็คือซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
         
ทั้งนี้ พบว่ากว่าร้อยละ 90 ของนวัตกรรมด้านยานยนต์และชิ้นส่วนในปี 2012 เกี่ยวข้องกับ Information Technology (IT) ซอฟต์แวร์ และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Active Safety และ Infotainment
         
ดังนั้น จึงมีความชัดเจนว่าซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นมูลค่าเพิ่มใหม่ในการผลิตรถยนต์ในอนาคต และมีนัยต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่อย่างสำคัญ ลักษณะของยานยนต์ยุคใหม่จะมีองค์ประกอบ ซึ่งรวมลักษณะเด่นของแนวโน้มหลักจากเมกะเทรนด์ I และเมกะเทรนด์ II ดังนี้
         
(1) ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีประสิทธิภาพสูง (Energy-efficient Internal Combustion Engine : ICE) (2) มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง (3) ปล่อยมลพิษน้อย เช่น มีอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 (กรัม/กม.) ในระดับต่ำ (4) มีระบบซอฟต์แวร์และเซ็นเซอร์เพื่อเชื่อมต่อการสื่อสาร เช่น ระบบ ridesharing (5) มีระบบซอฟต์แวร์และเซ็นเซอร์สนับสนุนการขับ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
         
ดังนั้น นิยามของยานยนต์ยุคใหม่แห่งอนาคต (Next Generation Automotive) จากการประมวลข้อมูลลักษณะยานยนต์ยุคใหม่ เทคโนโลยี และประเภทเครื่องยนต์ที่มีใช้ในปัจจุบัน รวมทั้งรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการทดลองและพัฒนาแล้ว สามารถสรุปภาพรวมยานยนต์ยุคใหม่แห่งอนาคตได้เป็น 5 ประเภท (1) รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีประสิทธิภาพ (ICE) (2) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicles : HEV) (3) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicles : PHEV) (4) รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicles : BEV) และ (5) รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle : FCV)
         
รายงานการวิจัยยานยนต์ไฟฟ้าของไทยวางไกลถึงปี 2573
ข้อมูลที่น่าสนใจของรายงานการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม ฉบับสมบูรณ์ เรื่อง "การศึกษาการพัฒนาของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและผลกระทบที่เกิดขึ้นสำหรับประเทศไทย" (Assessment of Electric Vehicle Technology Development and Its Implication in Thailand) ที่เสนอฝ่ายบริหารคลัสเตอร์และโปรแกรมวิจัย ด้านบริหารจัดการการวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ภายใต้การสนับสนุน โปรแกรมร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สวทช. จัดทำโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ซึ่งมีหัวหน้าโครงการ คือ ผศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล วิจัยตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2555-31 พ.ค. 2556 และฉบับปรับปรุง 8 ก.พ. 2558
         
งานวิจัยเชิงนโยบายเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและผลกระทบจากการขยายตัวของเทคโนโลยีดังกล่าวในภาคขนส่งของประเทศไทย โดยเน้นไปภาคส่วนของรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในปี 2573
         
จากวิสัยทัศน์ปี 2564 ในแผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2555-2559 ได้มีการกล่าวไว้ว่า
"ประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์รักษ์ สิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลกที่มีห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ"
         
มีการคาดการณ์ว่าในปี 2563 ยานยนต์ไฟฟ้าจะมีส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ 9 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในอนาคต เพื่อลดปริมาณมลพิษและลดการนำเข้าน้ำมัน ซึ่งสอดคล้องกับแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี ที่จัดทำโดยกระทรวงพลังงาน
         
สรุปผลการประเมินอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จประจุ 1 ครั้ง และสำหรับประเทศไทยนั้นยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ราคาของยานยนต์ไฟฟ้ายังสูงอยู่ เพราะผู้บริโภคต้องรับภาระทั้งหมด
         
ดังนั้น จึงยังไม่มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย และคาดว่าการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะค่อยเป็นค่อยไป และอาจจะใช้เวลามากถึง 10 ปี ทั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าของโลก และเนื่องจากปริมาณยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ BEV ยังมีน้อยมาก และมีการผลิตเพียงไม่กี่ประเทศในโลกเท่านั้น โอกาสที่จะเกิดการผลิต BEV ในประเทศไทยจึงเป็นไปได้ยาก
         
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะมีการนำรถยนต์ Plug-in Hybrid เข้ามาทำตลาดภายในประเทศ และถ้ามีปริมาณยอดขายในระดับหนึ่ง อาจจะมีการผลิตในประเทศเช่นเดียวกับรถยนต์ไฮบริดบางรุ่นในปัจจุบัน
         
ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ใหม่ โดยเก็บภาษีจากปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาแทนที่จะจัดเก็บจากขนาดของเครื่องยนต์ จากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ดังกล่าว ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV BEV และ FCEV จะถูกเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ 10 ซึ่งส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆ เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น
         
รถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาอาชีพใดบ้างที่ต้องตกงาน
เทคโนโลยียานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานสะอาด ไฟฟ้ากลายเป็นคำตอบที่ทุกคนต่างเห็นตรงกัน รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นทั่วโลก และกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย
         
การมาของรถใช้ไฟฟ้านำมาซึ่งผลกระทบมากกว่าที่คาด ไม่เพียงเฉพาะกับผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่ยังทำให้หลายอาชีพต้องตกงาน
ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท ออโต้ พาร์ท อินดัสตรี กล่าวว่า เมื่อมองอย่างรอบด้านคนที่น่าตกใจกับการมาของรถที่ใช้ไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
         
ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัจจุบันในไทยมีรถไฟฟ้าเพียง 1,396 คัน มีรถไฮบริด 1 แสนคัน จากจำนวนรถทั้งหมดทั่วประเทศ 38 ล้านคัน แต่ในวันข้างหน้ารถไฟฟ้ามาแน่นอน
         
"เป็นไปในแนวทางเดียวของทั่วโลก โดยประเทศที่มีการใช้รถไฟฟ้ามากที่สุดคือ นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน แต่ในอนาคตมีการคาดการณ์ว่าจีนจะเป็นประเทศที่ใช้รถไฟฟ้ามากที่สุดในโลก วันนี้ทั่วโลกมีรถไฟฟ้า 1.2 ล้านคัน แต่ในปี 2583 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 65 ล้านคัน"
         
ในวันที่ประเทศไทยใช้รถไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ เพราะจะทำให้รูปแบบของธุรกิจที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงไป มาดูกันว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
         
1.ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน จากเดิมที่มีเพียงน้ำมันอย่างเดียว จะมีบริการแท่นชาร์จไฟฟ้าเพิ่มเติมขึ้นมา และแท่นชาร์จไฟฟ้านี้ไม่ใช่อยู่แค่ในปั๊มน้ำมันเท่านั้น แต่ห้างสรรพสินค้า หรือ สำนักงานออฟฟิศ ก็สามารถให้บริการแท่นชาร์จไฟฟ้าได้เช่นกัน
กลยุทธ์การตลาดแบบ 4P จะไม่มีผลต่อการทำตลาดอีกต่อไป เพราะผู้คนจะมุ่งหาราคาที่ต่ำที่สุด ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ให้บริการปั๊มชาร์จไฟจะได้ไฟมาจากไหน ระหว่างการซื้อ จากการไฟฟ้า และจากพลังงานธรรมชาติ ราคาจึงเป็นเพียงปัจจัยเดียวในการทำตลาด
         
ในอนาคตไฟฟ้าจะมาจากรถ เพราะการผลิตแบตเตอรี่ ที่สามารถเก็บไฟฟ้าได้ในช่วงกลางวัน และรถกลายเป็นเพาเวอร์แบงก์ ทำให้คนใช้ไฟฟ้าสามารถขายไฟกลับไปให้การไฟฟ้าได้
         
ยกตัวอย่างที่ประเทศนอร์เวย์ มีการเก็บสถิติการขายไฟจากรถไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน คิดเป็นเงิน 20-30% ของราคารถที่ซื้อมาตอนแรก
         
2.ผังเมือง จะเปลี่ยนไปจากการมาของรถไฟฟ้า ถนนจะมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้เหมาะสม จะทำให้รถชนกันน้อยลง
สิ่งที่พัฒนาต่อจากรถไฟฟ้าคือ รถไฟฟ้าไร้คนขับ จะทำให้คนย้ายไปอยู่ชานเมืองที่สภาพแวดล้อมดีกว่า จะทำให้ความเจริญขยายออกไปนอกเมือง
         
3.ธุรกิจให้บริการที่จอดรถจะได้รับผลกระทบ เพราะสังคม เช่า แชร์ ใช้รถจะมากขึ้น จากการที่คนไม่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์ ทำให้ไม่ต้องสร้างที่จอดรถจำนวนมาก อาคารที่สร้างใหม่ๆ ไม่ต้องเผื่อพื้นที่จอดรถเอาไว้
         
4.ธุรกิจประกันภัยจะหายไปมาก การเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าไร้คนขับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุลดลงมาก ไม่จำเป็นต้องทำประกันภัยเหมือนเดิม เพราะปัจจุบัน 90% ของอุบัติเหตุเกิดจาก คนขับมีพฤติกรรมประมาท รูปแบบการประกันภัยรถจะ เปลี่ยนไป เหลือเพียงการประกันเฉพาะช่วงที่ใช้รถเท่านั้น คนประกันภัยก็จะตกงาน
         
5.ทนายความจะตกงาน ยกตัวอย่างของการว่าความ ที่สหรัฐอเมริกา 35% เกิดจากคดีรถชนกัน เมื่ออุบัติเหตุไม่มี เพราะคนไม่ได้ขับรถอีกต่อไป
         
6.ตำรวจจราจรจะตกงาน เพราะไม่ต้องแจกใบสั่ง จะทำให้รายได้ส่วนนี้ของตำรวจหายไป
         
7.ศูนย์ซ่อม ช่างซ่อมจะหายไป เพราะรถไฟฟ้ามีอุปกรณ์ลดลง ไม่ต้องซ่อมเหมือนเดิม แต่สังคมต้องการช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ติดอยู่ในรถ ต้นทุนการซ่อมจะสูงขึ้น เพราะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์
         
8.คนขับรถบรรทุกจะตกงาน เพราะต่อไปจะมีรถบรรทุก ไร้คนขับ ยกตัวอย่างที่สหรัฐอเมริกา 71% เกิดจากการขนส่งโดยรถบรรทุก ซึ่งปัจจุบันมี 3.5 ล้านคน จะทำให้คนเหล่านี้ตกงาน
         
9.โรงแรมจะได้รับผลกระทบ เพราะในรถไฟฟ้าไร้คนขับ จะมีพื้นที่ 2 ส่วน คือ ห้องคนขับ กับห้องนอน ที่ปรับเป็น ห้องนั่งเล่นได้ สามารถดูหนัง ฟังเพลง และช็อปปิ้งออนไลน์
        
เทคโนโลยีบล็อกเชนจะกลายเป็นเพื่อนคู่หูของธุรกิจ ยานยนต์ เช่น อยากใช้แอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ จดจำ สถานที่ที่ไปบ่อย เส้นทางที่ใช้เป็นประจำ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
         
ลำดับเวลาสถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด
ปี 2560
          8 ม.ค. เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เทสลา โมเดล เทคโนโลยีโลกอนาคต
          6 ก.ย. สกอตแลนด์ประกาศแผนผลักดันไม่ให้มีการใช้งานรถน้ำมันหลังปี 2032
          14 ก.ย. รัฐบาลอินเดียกำลังร่างแผนผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งกรอบปี 2030
          26 ต.ค. รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2017
          2 พ.ย. ประกาศยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Car)
          3 พ.ย. บีเอ็มดับเบิลยู เดมเลอร์ ฟอร์ด และโฟล์คสวาเกน จับกลุ่มตั้งเครือข่ายที่ชาร์จไฟสำหรับรถยนต์
          5 พ.ย. ยามาฮ่า มอเตอร์ไอดี มอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)
          18 พ.ย. เปิดตัวเทสลา เซมิ รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าจากบริษัท เทสลา
          23 พ.ย. แลมโบร์กินี และเอ็มไอที จับมือพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Terzo Millennio
          28 พ.ย. บริษัท เทสลา ติดตั้งระบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนใหญ่ที่สุดในโลก
          4 ธ.ค. นิสสัน ลีฟ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด
          4 ธ.ค. ไต้หวันประกาศเตรียมเปลี่ยนผ่านไปรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มที่มอเตอร์ไซค์ภายในปี 2030
          5 ธ.ค. บีเอ็มดับเบิลยู และปอร์เช่ จับมือกันพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า กำลังไฟมากถึง 450 kW
          12 ธ.ค. บริการรถไฟฟ้า Car-Sharing ในสิงคโปร์เปิดให้บริการ
          21 ธ.ค. โตโยต้าประกาศทิศทางรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังไม่ทิ้งเครื่องยนต์สันดาป แต่รถทุกรุ่นจะมีแบบไฟฟ้าให้เลือก
          26 ธ.ค. โตโยต้าและพานาโซนิคจับมือร่วมกันพัฒนาแบตเตอรี่รถพลังงานไฟฟ้า
ปี 2561
          5 ม.ค. บริษัท เทสลา มอเตอร์ส ส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าทะลุ 1 แสนคัน
          23 ม.ค. รถยนต์พลังงานไฟฟ้าวินฟาสต์ แบรนด์ใหม่จากประเทศเวียดนาม
          25 ม.ค. แวนดา เดนโดรเบียม รถซูเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าจากประเทศสิงคโปร์
          28 ม.ค. การตลาดยุคใหม่ ซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้านิสสัน ลีฟ ฟรีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่บ้าน
          30 ม.ค. เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศแผนสร้างโรงงานผลิตรถไฟฟ้าและผลิตแบตเตอรี่ใน 3 ทวีปทั่วโลก
          1 ก.พ. นิสสัน และบริษัทพันธมิตรจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทะลุ 5.4 แสนคัน
          5 ก.พ. เทสลาเตรียมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้บ้าน 5 หมื่นหลังในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
          7 ก.พ. เรโนลต์ นิสสัน มิตซูบิชิ เซ็นเอ็มโอยูกับ Didi นำรถไฟฟ้าให้บริการ Ride-Sharing ในประเทศจีน
          9 ก.พ. ปอร์เช่ลงทุนในเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
          19 ก.พ. เทสลาส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 3 แสนคัน
          20 ก.พ. แอสปาร์ค โอว์ล รถยนต์ไฟฟ้าที่เร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 1.9 วินาที
          22 ก.พ. เรโนลต์เปิดตัว Smart Island ทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดบนเกาะปอร์โต ซานโต
          21 ก.พ. โฟล์คสวาเกนต้องการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์เรียบง่าย
          23 ก.พ. เทสลาเปิดโครงการ Workplace Charging แจกเครื่องชาร์จรถให้สำนักงานต่างๆ ฟรี
          5 มี.ค. EQC รถยนต์ Sport SUV พลังงานไฟฟ้าจากค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์
          18 มี.ค. Porsche Mission E Cross Turismo แนวคิดการออกแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากปอร์เช่
          19 มี.ค. รถยนต์ไฟฟ้าสร้างจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เตรียมวางจำหน่ายในประเทศจีน
          23 มี.ค. บริษัท BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเปิดตัวในไทย
          27 มี.ค. เบนท์ลีย์ยืนยันเตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกขายเร็วๆ นี้
          28 มี.ค. เวย์โม จับมือจากัวร์ เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า I-Pace เพื่อเตรียมให้บริการโดยสารอีก 2 หมื่นคัน
          28 มี.ค. เปิดตัว MINE Mobility รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย
          2 เม.ย. BYD แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ให้บริการเป็นรถแท็กซี่วีไอพี
          8 เม.ย. ฟอมม์ วัน รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กลอยน้ำได้ เปิดขายราคา 6 แสนบาทต้นๆ
          14 เม.ย. วอลโว่ เอฟแอล อิเล็กทริก รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า
          23 เม.ย. รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ มียอดขายทะลุ 1 แสนคัน ในประเทศญี่ปุ่น
          3 พ.ค. เทสลาเปิดเผยเตรียมผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ Tesla Model Y ในปี 2020
          23 พ.ค. เทสลาสามารถเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Model 3 เป็น 3,500 คัน/สัปดาห์
          6 มิ.ย.  ประเทศนอร์เวย์มีสัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก
          11 มิ.ย.  อีลอน มัสก์ อาจติดตั้งจรวดผลักดันกับรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Roadster รุ่นใหม่
          12 มิ.ย. ปอร์เช่ ค่ายรถยนต์หรูระดับซูเปอร์คาร์ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Taycan ชาร์จไฟฟ้า 15 นาที วิ่งได้ไกล 400 กิโลเมตร

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์




 
เพิ่มเติม