Follow

Show

อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ และอุบัติเหตุจากรถกระบะ

สรุปอุบัติเหตุสงกรานต์ 2560

จากข่าวที่ฟังมาอย่างน้อยก็มีเรื่องที่น่ายินดีที่ปีนี้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงกว่าปีที่แล้ว แต่ความรุนแรงของอุบัติเหตุยังสูงอยู่โดนเฉพาะวันที่ 13 เม.ย. 2560 ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิตถึง 88 ราย

เกิดอุบัติเหตุขึ้นทั้งหมด 3,388 ครั้ง(ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 2560 เวลา 15.11 น.) มีผู้เสียชีวิต 335 ราย บาดเจ็บ 3,506 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ นครราชสีมาจำนวน 17 ราย และจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมมากที่สุด คือ เชียงใหม่ 140 ครั้ง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม โดยเฉพาะจากการเมาแล้วขับรถ

ถ้าเราเทียบเป็น % แล้วจะพบว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 9.88% เมื่อเทียบกับการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด โดยเฉพาะวันที่ 13 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็น “วันมหาสงกรานต์” ที่เรากำลังฉลองกันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะในช่วงเวลา 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มซึ่งเป็นช่วงเริ่มมีการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ “เมาแล้วขับ” ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำเกิดความสูญเสียขึ้น...น่าเสียใจกับความสูญเสียจริงๆ

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ 2560 คือ ขับรถเร็ว, เมาแล้วขับ และขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ซึ่งการขับรถตัดหน้าที่หลายคันทำให้ต้องเหยีบเบรคตัวโก่งเลย ไม่รู้ว่าจะรีบกันไปไหนกัน? สงสัยจะปวดท้องเข้าห้องน้ำรึเปล่า?
ส่วนชนิดของรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์และรถกระบะเป็นอันดับสองโดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดกับรถกระบะที่มีคนนั่งท้ายโดยไม่มีเครื่องป้องกันมักจะมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีซึ่งนี่อาจจะเป็นที่มาของมาตรา 44 และการโดยสารท้ายกระบะที่จะบังคับใช้กันอย่างจริงจังต่อไป

พฤติกรรมที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ 5 อันดับแรก คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย, เมาแล้วขับ, ขับรถเร็ว, ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด และขับรถไม่มีใบขับขี่ (ซึ่งเมาแล้วขับและขับรถโดยไม่มีใบขับขี่นั้นเคลมประกันไม่ได้ด้วยนะ)

นั่งท้ายกระบะหรือนั่งแคปกระบะได้ไหม?
ส่วนการบังคับใช้มาตรา 44 เรื่องการนั่งท้ายกระบะนั้น ตอนนี้ได้มีข้อสรุปออกมาแล้ว ว่าไม่ต้องไปจดทะเบียนใหม่เพื่อการโดยสารและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเรื่องให้กรมการขนทางบกเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดของการบังคับใช้นั้นเริ่มตั้งแต่หลังช่วงสงกรานต์เป็นต้นไปเพื่อให้ประชาชนมีเวลาในการเตรียมตัวจนถึงอีกครึ่งปี รายละเอียดเราสรุปมาให้ตามด้านล่างเลย
1. แคปในรถกระบะสองที่นั่งสามารถนั่งโดยสารได้ แต่ต้องมีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเพิ่ม 2 หรือ 3 ที่นั่งตามความเหมาะสม
2. การนั่งโดยสารท้ายกระบะสามารถนั่งได้ไม่เกิน 6 คน โดยไม่จำเป็นต้องไปจดทะเบียนประเภทรถยนต์เพื่อการโดยสารใหม่และขอความร่วมมือให้มีที่ยึดจับเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร 
3. ในกรณีที่มีคนนั่งท้ายกระบะจำกัดความเร็วในการขับขี่ไม่เกิน 80 ก.ม./ช.ม. และห้ามนั่งขอบกระบะโดยเด็ดขาด

ส่วนการใช้งานเพื่อการบรรทุกสิ่งของสามารถทำตามข้อกำหนดเดิมและใช้ความเร็วได้ตามปกติและการจดทะเบียนรถกระบะเพื่อการใช้งานกับกรมการขนส่งทางบกก็ทำตามข้อกำหนดการใช้งานเดิมครับ

- รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล(ป้ายทะเบียนสีขาวตัวอักษรสีเขียว)ที่ใช้สำหรับการบรรทุกหรือขนของเท่านั้น เสียภาษีตามน้ำหนักรถ
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน(ป้ายทะเบียนสีขาวตัวอักษรสีดำ)ที่สำหรับเพื่อโดยสารเท่านั้นเสียภาษีตามซีซีของเครื่องยนต์
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คนแต่ไม่เกิน 11 คน(ป้ายทะเบียนสีขาวตัวอักษรสีน้ำเงิน)ที่ต้องมีเบาะและหลังคาคลุมท้าย(แคป)สำหรับการโดยสาร เสียภาษีตามน้ำหนักรถ ปัจจุบันกระบะ 4 ประตูจะให้จดทะเบียนเป็นป้ายดำแทนแล้ว ส่วนมากที่เราเห็นป้ายทะเบียนนี้จะเป็นรถตู้ครับ

การปรับแต่งท้ายกระบะเพื่อการบรรทุกหรือโดยสาร
เรื่องการปรับแต่งท้ายรถกระบะเพื่อการบรรทุกและการโดยสารอาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วแต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังสับสนกันอยู่จึงได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาให้อ่านกัน (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2558)

การปรับแต่งท้ายกระบะเพื่อการบรรทุกที่ต้องแจ้งกรมการขนส่งนั้น มีหลักการที่เราควรต้องทราบไว้คือ
โครงหลังคาเหล็ก เสริมรั้วกระบะข้าง ดัดแปลงกระบะเป็นรถตู้บรรทุก ต่อเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องแจ้งนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งได้ทุกที่ทั่วประเทศ โดยเราสามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสภาพ และดำเนินการแจ้งการแก้ไขลักษณะรถในเอกสารคู่มือจดทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไป คือ
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
- สำเนาบัตรประชาชน
- หลักฐานของอุปกรณ์ที่นำมาดัดแปลงรถ (ใบเสร็จที่เราซื้ออุปกรณ์มาอย่างถูกต้อง) หรือบันทึกคำรับรองว่าอุปกรณ์นั้นได้มาอย่างถูกต้อง
- ใบมอบอำนาจ (ถ้าต้องมอบอำนาจ) และบัตรประชาชนของผู้มาติดต่อ

ส่วนการปรับแต่งกระบะที่ไม่ต้องแจ้งเพราะไม่ถือว่าเป็นการดัดแปลงสภาพรถนั้น ประกอบไปด้วย
การติดตั้งบันไดเสริมด้านล่างข้างห้องโดยสาร โรลบาร์ แร็คหลังคา สปอยเลอร์ แม็คไลเนอร์ แต่จะต้องติดตั้งให้มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งยื่นออกมานอกตัวรถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่นด้วย

บทเปรียบปรับเมื่อไม่ได้แจ้งการดัดแปลงแก้ไข
แล้วถ้าเราไม่ได้แจ้งเมื่อมีการดัดแปลงแก้ไขรถกระบะจะโดนอะไรบ้าง? ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก “ถ้ามีการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้แล้วไม่ได้แจ้งต่อนายทะเบียน ถือว่ามีความผิดฐานดัดแปลงสภาพรถตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท”

เพราะทุกการเดินทางเราย่อมอยากไปให้ถึงจุดหมายไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวหรือกลับไปหาคนที่บ้านก็ตาม การลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วยการทำประกันรถยนต์นั้นเป็นอีกเรื่องที่อยากให้เพื่อนๆ ตระหนักให้มาก เพราะบางครั้งอุบัติเหตุก็เกิดจากเพื่อนรวมทางของเราแม้ว่าเราจะระวังมากแค่ไหนก็ตาม

ที่มา : บทความจาก www.frank.co.th ประกันรถยนต์ที่จริงใจที่สุดในโลก, http://www.thairath.co.th, http://www.nationtv.tv, http://www.posttoday.com, https://www.facebook.com, https://hilight.kapook.com, http://www.dlt.go.th 




 
เพิ่มเติม